น้ำมันสำหรับทอด 6 แบบ ปรุงอาหารดีต่อสุขภาพ!

Author

Categories

Share

น้ำมันสำหรับทอด 6 แบบ ปรุงอาหารดีต่อสุขภาพ!

น้ำมันสำหรับทอด 6 แบบ ปรุงอาหารดีต่อสุขภาพ! แน่นอนว่า การกินอาหารทอดถือเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ด้วยความที่อาหารทอดนั้นมีรสชาติที่กรอบอร่อยจนห้ามใจไม่อยู่ อยากจะตามใจปากกินอาหารทอดจัดหนักสักวัน! เอาเป็นว่า แม้เราจะเลือกกินอาหารทอดในวันนั้นแล้ว ก็ควรที่จะเลือกน้ำมันสำหรับทอดด้วยค่ะ ซึ่งก็ยังมีน้ำมันอีกหลายๆ ชนิดที่ถือว่าดีต่อสุขภาพมากกว่า และเป็นทางเลือกสำหรับใครที่ไม่อยากกินของทอดให้เสียสุขภาพไปมากกว่านี้ค่ะ

โดยเฉพาะการทอดแบบน้ำมันมากหรือน้ำมันท่วม (Deep Frying) ที่ต้องใช้ความร้อนของน้ำมันในอุณหภูมิที่สูง โดยปกติจะประมาณ 176 – 190 องศาเซลเซียส ดังนั้นน้ำมันเพื่อสุขภาพที่ใช้ก็ควรจะเป็นน้ำมันที่ทนความร้อนได้สูง ซึ่งจะเป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัว หรือ กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว นั่นเอง ในขณะที่กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนอาจจะไม่เหมาะสำหรับการทอดแบบ Deep Frying สักเท่าไหร่ค่ะ รวมถึงถ้าอยากเพิ่มความอร่อย เราอาจจะต้องคำนึงถึงรสชาติด้วยสักนิด เพราะน้ำมันที่แม้จะดีต่อสุขภาพ แต่ก็อาจจะมีรสชาติที่ไม่ถูกปากนัก โดยแนะนำให้เลือกน้ำมันที่มีรสชาติเป็นกลางค่ะ

เอาเป็นว่าน้ำมันที่แนะนำทั้ง 6 ชนิดนี้ ล้วนแล้วแต่ดีต่อสุขภาพทั้งสิ้น แต่น้ำมันชนิดไหนจะทอดในอุณหมภูมิสูงได้ดีกว่า หรือ น้ำมันชนิดไหนจะมีรสชาติเป็นกลางมากกว่า เราไปเช็คกันเลยค่ะ!

1. น้ำมันมะพร้าว

จากการศึกษาพบว่า การทอดโดยใช้น้ำมันมะพร้าวแบบน้ำมันมากหรือน้ำมันท่วม (Deep Frying) ต่อเนื่องนาน 8 ชม. ที่อุณหภูมิสูง 180 องศาเซลเซียส คุณภาพของอาหารที่ได้ก็ยังคงถือว่ารับได้ค่ะ ซึ่งกรดไขมันกว่า 90% ในน้ำมันมะพร้าวมีความอิ่มตัว ทำให้ทนต่อความร้อนได้สูง แต่ก็มีบางงานวิจัยพบว่า ในน้ำมันมะพร้าวยังพอมีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่บ้าง จึงถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกดีๆ สำหรับการทอดนั่นเอง นอกจากนั้นเรายังอาจจะต้องคำนึงถึงรสชาติหรือกลิ่นของน้ำมันมะพร้าวด้วย โดยเราอาจจะลองหลายๆ ยี่ห้อ และเลือกตัวที่เราชอบค่ะ

2. น้ำมันมะกอก

 

น้ำมันมะกอก ถือเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพค่ะ อีกทั้งยังทนความร้อนได้ดี และแม้ว่าจะมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวสูง ซึ่งจะมีพันธะคู่เดี่ยว จึงทำให้ค่อนข้างมีความเสถียรค่ะ อีกทั้งยังได้มีการวิจัยลองใช้น้ำมันมะกอกในหม้อทอด ได้นานกว่า 24 ชั่วโมงก่อนที่จะออกซิไดซ์มากเกินไปอีกด้วย อย่างไรก็ตาม รสชาติและกลิ่นหอมของน้ำมันมะกอกอาจจะเสื่อมสภาพเมื่อถูกความร้อนเป็นเวลานานได้ค่ะ

3. น้ำมันอะโวคาโด

น้ำมันอะโวคาโด เป็นน้ำมันที่เรียกได้ว่ามีองค์ประกอบคล้ายกับน้ำมันมะกอกค่ะ โดยจะเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว รวมถึงไขมันอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนผสมอยู่ ซึ่งแม้ว่าน้ำมันอะโวคาโดจะได้ชื่อว่าเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ ในขณะที่ถ้าหากเป็นน้ำมันอโวคาโดสกัด 100% (Refined Avocado Oil) จะมีจุดเกิดควัน (Smoke Point) ที่ 270 องศาเซลเซียส และมีรสชาติที่ขมเล็กน้อยค่ะ

4. น้ำมันหมู

น้ำมันสัตว์ อย่างเช่น น้ำมันหมู เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับการทอดแบบน้ำมันมากหรือน้ำมันท่วม (Deep Frying) เนื่องจากสามารถทนต่อความร้อนในอุณหภูมิสูงๆ ขณะทอดได้ดี เพราะในน้ำมันสัตว์มีกรดไขมันอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวนั่นเอง รวมถึงยังช่วยเพิ่มรสชาติความอร่อยและความกรอบได้ดีอีกด้วย อย่างไรก็ตามปริมาณกรดไขมันก็อาจจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับอาหารที่สัตว์แต่ละชนิดกินเข้าไป ยกตัวอย่างเช่น สัตว์ที่เลี้ยงด้วยธัญพืชอาจมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนในไขมันสะสมมากกว่าสัตว์ที่เลี้ยงในทุ่งหญ้าหรือที่เลี้ยงด้วยหญ้า เป็นต้น

5. น้ำมันถั่วลิสง

น้ำมันถั่วลิสง ถือเป็นน้ำมันอีกหนึ่งชนิดที่นิยมนำไปทอดค่ะ เนื่องจากรสชาติมีความเป็นกลาง แต่ว่าน้ำมันถั่วลิสงจะมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน ประมาณ 32% ซึ่งถือเป็นปริมาณที่ค่อนข้างสูง และทำให้เสี่ยงต่อความเสียหายจากปฏิกิริยาออกซิเดชันที่อุณหภูมิสูงๆ ได้ค่ะ อีกทั้งยังมีจุดเกิดควัน (Smoke Point) อยู่ที่ 230 องศาเซลเซียส ดังนั้นแม้ว่าเทียบกับน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันอะโวคาโดแล้ว น้ำมันถั่วลิสงจะถือว่ามีประโยชน์ที่น้อยกว่า แต่อย่างไรแล้ว ก็ยังดีกว่าใช้น้ำมันชนิดอื่นๆ ทอดที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้มากกว่าค่ะ

6. น้ำมันปาล์ม

น้ำมันปาล์ม มีกรดไขมันอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว จึงถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับการทอดแบบน้ำมันมากหรือน้ำมันท่วม (Deep Frying) ค่ะ อีกทั้งรสชาติก็ยังมีความเป็นกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใช้แบบที่ไม่ผ่านการกลั่น หรือที่เรียกว่า น้ำมันปาล์มแดง นั่นเอง ดังนั้นนอกจากน้ำมันตัวอื่นๆ ที่ได้แนะนำข้างต้นแล้ว น้ำมันปาล์มก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีค่ะ

บทความที่คุณอาจสนใจ howtoeasy

Author

Share